|

วัสดุที่เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมดูดได้และ นิยมใช้ในโรงงาน

วัสดุที่เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมดูดได้และ นิยมใช้ในโรงงาน เมื่อพูดถึง “เครื่องดูดฝุ่น” หลายคนอาจนึกถึงเครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กที่ใช้ในบ้าน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจัดการฝุ่นผง เส้นผม หรือเศษขยะเล็ก ๆ ภายในพื้นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ในภาคอุตสาหกรรมหรือโรงงานการผลิต ความต้องการนั้นซับซ้อนกว่ามาก เพราะสิ่งที่ต้องจัดการไม่ได้มีแค่ “ฝุ่นทั่วไป”

เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม (Industrial Vacuum Cleaner) จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการดูดเก็บวัสดุหลากหลายประเภท ทั้งฝุ่นผงละเอียดระดับไมครอน เศษวัสดุขนาดใหญ่ เศษโลหะ ของเหลว น้ำมัน ไปจนถึงวัสดุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยความสามารถในการดูดขึ้นอยู่กับ ชนิดของเครื่องและระบบหัวกรอง (Filter System) ที่เลือกใช้

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกว่า เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมสามารถดูดวัสดุอะไรได้บ้าง นิยมใช้ในโรงงาน ตั้งแต่ฝุ่นทั่วไปไปจนถึงสารเคมี พร้อมทั้งแนะนำ ข้อควรระวังในการใช้งาน เพื่อให้คุณเลือกเครื่องได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และคุ้มค่าการลงทุน

1. ฝุ่นแห้ง (Dry Dust)

ประเภทฝุ่นแห้งที่พบบ่อยในโรงงาน

  • ฝุ่นไม้ (Wood Dust): เกิดจากงานเลื่อย ตัด เจาะ หรือขัดไม้ในโรงงานเฟอร์นิเจอร์
  • ฝุ่นซีเมนต์ / ปูน / เศษอิฐ: มักพบในงานก่อสร้าง โรงงานปูน และไซต์งานที่มีการผสมคอนกรีต
  • ฝุ่นเหล็ก / อลูมิเนียม: เกิดจากงานเจียร กลึง หรือการผลิตชิ้นส่วนโลหะ
  • ฝุ่นพลาสติก / ฝุ่นใยผ้า: มักพบในโรงงานสิ่งทอ โรงงานบรรจุภัณฑ์ หรือโรงงานพลาสติก

⚠️ อันตรายของฝุ่นแห้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

  • ปัญหาสุขภาพ: ฝุ่นอนุภาคเล็กสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ง่าย → ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคปอดเรื้อรัง
  • ความปลอดภัยในโรงงาน: ฝุ่นโลหะบางชนิด เช่น อลูมิเนียมหรือเหล็ก สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้หากสะสมปริมาณมาก
  • สิ่งแวดล้อม: ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายออกจากโรงงานอาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและสร้างความเดือดร้อนต่อชุมชนรอบข้าง

🛡️ ฟิลเตอร์ที่เหมาะกับฝุ่นแต่ละประเภท (L / M / H Class)

การเลือกใช้ ฟิลเตอร์ (Filter System) เป็นหัวใจสำคัญในการจัดการฝุ่นแห้ง

H-Class (High Risk): สำหรับฝุ่นอันตราย เช่น ฝุ่นโลหะหนัก (ตะกั่ว, นิกเกิล), ฝุ่นแร่ใยหิน (Asbestos), ผงเคมี → เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด

L-Class (Low Risk): สำหรับฝุ่นทั่วไป เช่น ฝุ่นไม้ ฝุ่นสิ่งทอ → ปลอดภัยต่อสุขภาพระดับเบื้องต้น

M-Class (Medium Risk): สำหรับฝุ่นก่อสร้าง ฝุ่นซีเมนต์ ฝุ่นจากอิฐและกระเบื้อง → ป้องกันฝุ่นที่มีความเสี่ยงปานกลาง


2. ของเหลว (Liquids)

ความต่างระหว่างการดูดน้ำกับน้ำมัน

  • น้ำเปล่า / น้ำฝน / น้ำท่วมขัง → สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมประเภท Wet & Dry Vacuum ที่รองรับทั้งของแข็งและของเหลวในเครื่องเดียวได้เลย
  • น้ำมันเครื่อง / น้ำมันอุตสาหกรรม → มีความหนืดและอาจกัดกร่อนอุปกรณ์ หากใช้เครื่องทั่วไปจะทำให้ปั๊มและท่อยางเสียหายได้ จึงต้องใช้ เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมเฉพาะทางสำหรับน้ำมัน (Oil Vacuum / Coolant Vacuum) ที่มีระบบกรองและท่อทนสารเคมี

ความสำคัญของการเลือกถังเก็บวัสดุที่ทนสารเคมี

  • ถังเก็บของเหลวทั่วไป (พลาสติกหรือสเตนเลสเกรดต่ำ) อาจไม่ทนต่อสารเคมีหรือสารหล่อเย็น → ทำให้เกิดการรั่วซึม กัดกร่อน หรือปนเปื้อน
  • สำหรับการดูดสารเคมีหรือน้ำมัน ควรเลือก ถังสเตนเลส 304/316 ที่มีความแข็งแรงและทนการกัดกร่อนสูง
  • เครื่องดูดฝุ่นบางรุ่นมี ระบบแยกน้ำมันออกจากเศษโลหะ ช่วยให้สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับไปใช้ใหม่ได้ → ลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม

3. เศษวัสดุขนาดใหญ่ (Solid Debris)

ข้อดีของเครื่องที่มีกำลังดูดสูง

  • เศษวัสดุอย่าง ไม้ โลหะ พลาสติก แก้ว หรือหินกรวด มีน้ำหนักมากกว่า “ฝุ่นทั่วไป” → เครื่องใช้ในบ้านไม่สามารถดูดได้
  • เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมมาพร้อม มอเตอร์กำลังสูง (High Suction Power) และ ถังเก็บขนาดใหญ่ ที่รองรับวัสดุปริมาณมากได้โดยไม่เสียแรงดูด
  • เหมาะกับงานก่อสร้าง โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมเหล็ก และไซต์งานที่ต้องการความทนทานต่อการใช้งานหนัก

วิธีป้องกันการอุดตันของท่อ

  • เลือกขนาดท่อที่เหมาะสม: ท่อที่กว้างขึ้นจะช่วยลดโอกาสอุดตันเมื่อดูดเศษชิ้นใหญ่
  • ใช้ Pre-Separator หรือ Cyclone Separator: เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแยกเศษวัสดุใหญ่ก่อนเข้าสู่เครื่อง → ป้องกันไม่ให้ไปอุดตันที่ตัวกรอง
  • ทำความสะอาดท่อและถังเก็บเป็นประจำ: เพื่อป้องกันการสะสมของเศษวัสดุและยืดอายุการใช้งานเครื่อง
  • ไม่ใช้เครื่องผิดประเภท: เช่น การเอาเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปไปดูดเศษโลหะ อาจทำให้ท่อเสียหายหรือเกิดไฟฟ้าสถิต

4) ผงละเอียดพิเศษ (Fine Dust & Hazardous Dust)

ประเภทฝุ่นที่เข้าข่ายอันตราย

  • ฝุ่นสารเคมี/เภสัชภัณฑ์: ผงแอคทีฟ, ตัวทำปฏิกิริยา — อนุภาคขนาดไมครอนเสี่ยงต่อระบบหายใจ ต้องใช้การกักเก็บระดับสูง
  • ฝุ่นโลหะหนัก: ตะกั่ว นิกเกิล โครเมียม — มีพิษสะสม, ต้องกรองและกำจัดอย่างควบคุมตามกฎหมายแรงงาน/สิ่งแวดล้อม
  • ใยหิน (Asbestos): เส้นใยฝุ่นก่อโรครุนแรง (มะเร็งเยื่อหุ้มปอด ฯลฯ) — ห้าม ใช้เครื่องดูดฝุ่นบ้าน แม้มี HEPA ต้องใช้เครื่อง Class H เท่านั้นตามแนวทางหน่วยงานความปลอดภัยงานอาชีวอนามัยของสหราชอาณาจักร (HSE). thermac.com+1
  • ซิลิกาผงละเอียด (Respirable Crystalline Silica): เกิดจากตัด/เจาะ/ขัด คอนกรีต อิฐ หิน — ถูกกำกับเข้มในกฎ OSHA สหรัฐอเมริกา (29 CFR 1926.1153) เพราะเป็นสาเหตุโรคซิลิโคซิส/มะเร็งปอด ต้องควบคุมวิศวกรรม+อุปกรณ์ดูดจับฝุ่นที่เหมาะสม.

5) วัสดุที่ติดไฟหรือระเบิดง่าย (Explosive Dust)

⚠️ ตัวอย่างฝุ่นที่เสี่ยงระเบิด

ฝุ่นผงบางชนิดเมื่อสะสมในปริมาณมาก และเจอประกายไฟหรือความร้อนสูง อาจเกิดการ ลุกไหม้หรือระเบิด ได้ เรียกว่า Dust Explosion ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ฝุ่นแป้ง (Flour Dust): พบในโรงงานอาหาร, โรงโม่แป้ง, โรงงานผลิตเบเกอรี่
  • ฝุ่นไม้ (Wood Dust): เกิดจากการตัด/เจียรไม้ในโรงงานเฟอร์นิเจอร์
  • ฝุ่นน้ำตาล (Sugar Dust): เสี่ยงไฟลุกในโรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • ฝุ่นพลาสติก / ฝุ่นโพลีเมอร์: จากงานผลิตเม็ดพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์
  • ฝุ่นถ่านหิน / ฝุ่นโลหะ (เช่น อะลูมิเนียม, แมกนีเซียม): มีคุณสมบัติติดไฟและระเบิดได้สูง

📌 สรุป:
ฝุ่นแป้ง ฝุ่นไม้ ฝุ่นน้ำตาล ฝุ่นพลาสติก หรือฝุ่นโลหะ อาจก่อให้เกิดการระเบิดได้ถ้าไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม การเลือกใช้ เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมที่ผ่านมาตรฐาน ATEX จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อความปลอดภัยและการทำงานอย่างต่อเนื่อง

6) เศษน้ำมันและเศษโลหะเปียก (Oil & Metal Chips)

⚙️ ความท้าทายในการดูดวัสดุผสม (น้ำมัน + เศษโลหะ)

ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงาน CNC Machining, โรงกลึง, หรือสายการผลิตโลหะ มักเกิดของเสียที่เป็นส่วนผสมระหว่าง เศษโลหะ (Metal Chips) กับ น้ำมันหล่อเย็นหรือน้ำมันเครื่อง (Coolant/Oil) ซึ่งการจัดการไม่ง่ายเหมือนการดูดฝุ่นทั่วไป เพราะมีความท้าทายหลายด้าน ได้แก่:

  1. วัสดุมีทั้งของแข็งและของเหลวปนกัน
    • เศษโลหะอาจคม แข็ง และมีน้ำหนักมาก
    • น้ำมันมีความหนืดสูงและอาจกัดกร่อนชิ้นส่วนเครื่องหากใช้เครื่องไม่เหมาะสม
  2. ความเสี่ยงต่อการอุดตันและความเสียหายของเครื่อง
    • ท่อดูดและปั๊มของเครื่องทั่วไปอาจอุดตันหรือเสียหายจากเศษโลหะคม ๆ
    • น้ำมันยังทำให้กรองธรรมดาเสื่อมสภาพเร็ว
  3. ปัญหาด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
    • น้ำมันเก่าหรือ Coolant ที่ปนเศษโลหะอาจเป็นของเสียอันตราย ต้องจัดการอย่างถูกวิธี
    • หากปล่อยปะปนลงท่อน้ำเสีย อาจสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  4. ความท้าทายในการแยกวัสดุ (Separation)
    • หลังดูดแล้ว จำเป็นต้องแยก “เศษโลหะ” ออกจาก “น้ำมัน” เพื่อให้สามารถรีไซเคิลหรือทิ้งได้ถูกวิธี
    • บางโรงงานต้องการนำ น้ำมันหล่อเย็นกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดต้นทุน → ต้องมีระบบแยกอัตโนมัติในเครื่องดูด

7) วัสดุทั่วไปในโรงงาน (General Waste)

ประเภทขยะอุตสาหกรรมเบา ๆ ที่ดูดได้

นอกเหนือจากฝุ่นหนักหรือของเสียอันตราย เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมยังสามารถจัดการกับ ขยะเบา ๆ (Light Industrial Waste) ได้เช่นเดียวกับเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป แต่มีความทนทานและความจุมากกว่า ตัวอย่าง ได้แก่:

  • เศษกระดาษ / กล่องกระดาษบาง ๆ จากงานบรรจุภัณฑ์
  • พลาสติกห่อ (Plastic Wrapping / Film) ที่มักกระจายตามพื้นโรงงาน
  • ฝุ่นผ้า / เส้นใย (Textile Fibers) จากโรงงานสิ่งทอหรือโรงงานตัดเย็บ
  • เศษเล็กน้อยจากการผลิต (Minor Debris) เช่น เศษโฟม เศษยาง เศษวัสดุที่ไม่เป็นอันตราย

ความแตกต่างของการใช้งานในโรงงานกับสำนักงาน

แม้ว่าขยะเบา ๆ จะคล้ายกับสิ่งที่พบในสำนักงาน แต่ลักษณะการใช้งานของ เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน:

  • ปริมาณมากกว่า:
    โรงงานมักมีเศษวัสดุกระจายมากกว่าสำนักงานหลายเท่า เครื่องอุตสาหกรรมจึงต้องมี ถังเก็บใหญ่และมอเตอร์ทนทาน
  • พื้นที่กว้างกว่า:
    โรงงานมีพื้นที่ใช้งานกว้าง ต้องใช้เครื่องที่ แรงดูดสูง + ท่อดูดยาว ต่างจากสำนักงานที่เน้นความคล่องตัวและเสียงเงียบ
  • ความถี่ในการใช้งาน:
    โรงงานบางแห่งต้องดูดเก็บขยะวันละหลายครั้ง ในขณะที่สำนักงานอาจทำเพียงวันละครั้ง เครื่องอุตสาหกรรมจึงถูกออกแบบมาให้ รองรับการใช้งานต่อเนื่อง
  • ประเภทเศษวัสดุ:
    สำนักงานเจอเพียงเศษกระดาษ ฝุ่นทั่วไป แต่โรงงานอาจมี เส้นใย ฝุ่นอุตสาหกรรม หรือเศษวัสดุเฉพาะทาง ซึ่งต้องการการกรองที่ทนทานกว่า

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม

Q: ต้องทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมบ่อยแค่ไหน?
A: ควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อดูดฝุ่นละเอียดหรือของเหลว

Q: ฟิลเตอร์ HEPA ล้างน้ำได้หรือเปล่า?
A: ส่วนใหญ่ล้างน้ำไม่ได้ ต้องเปลี่ยนใหม่เมื่ออุดตัน

Q: ดูดน้ำมันเสร็จแล้วต้องล้างยังไง?
A: ใช้น้ำยาล้างคราบน้ำมันที่ไม่กัดกร่อน แล้วเช็ดถังให้แห้งสนิท

Q: ทำไมต้องเก็บสายไฟและอุปกรณ์เสริมทุกครั้ง?
A: เพื่อป้องกันการชำรุด และยืดอายุการใช้งานของสายไฟ

Q: ถ้าไม่ทำความสะอาดเลยจะเกิดอะไรขึ้น?
A: เครื่องอุดตัน กำลังดูดตก และอาจทำให้มอเตอร์พังเร็วกว่าปกติ

หากคุณอ่านบทความนี้แล้วมีความสนใจที่จะสั่งซื้อเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม เครื่องดูดฝุ่น-ดูดน้ำคุณภาพ ติดต่อเราได้ที่ BermudaBKK

ยืดอายุเครื่องดูดฝุ่น ง่าย ๆแค่เปลี่ยนอะไหล่พวกนี้ให้ตรงเวลา

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม (FAQ)

Similar Posts