ปัญหาทั่วไป ของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

ปัญหาทั่วไป ของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถขจัดคราบสกปรก ฝุ่นโคลน ตะไคร่น้ำ และคราบไขมันที่ฝังแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการล้างรถ ล้างพื้นคอนกรีต ล้างกำแพง หรือแม้กระทั่งใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น การทำความสะอาดเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยพลังน้ำแรงดันสูงที่ช่วยลดแรงงานและประหยัดเวลา เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจึงกลายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นทั้งในครัวเรือน ธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้ดี แต่ก็มีปัญหาที่ผู้ใช้งานมักพบเจอเป็นประจำ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ การใช้งานที่ไม่เหมาะสม หรือการขาดการดูแลรักษา ปัญหาทั่วไปที่มักเกิดขึ้น ได้แก่ แรงดันน้ำลดลง น้ำไม่ไหล ปั๊มทำงานผิดปกติ หรือเครื่องร้อนเกินไป ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องและอายุการใช้งานในระยะยาว

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ บทความนี้จะกล่าวถึงปัญหาทั่วไป ของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พร้อมสาเหตุที่เป็นไปได้ และแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และยืดอายุการใช้งานของเครื่องให้นานขึ้น

ปัญหาน้ำไม่ออกหรือแรงดันตก

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดด้วยแรงดันน้ำที่สูงกว่าการใช้น้ำปกติ อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ น้ำไม่ออก หรือแรงดันน้ำลดลง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งาน ทำให้ทำความสะอาดได้ไม่เต็มที่ หรือใช้เวลานานกว่าปกติ ปัญหานี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ระบบน้ำเข้า ปั๊ม หัวฉีด ไปจนถึงสายยางที่เชื่อมต่อ

สาเหตุที่ทำให้น้ำไม่ออกหรือแรงดันตก

1. ไม่มีน้ำเข้าหรือแรงดันน้ำต่ำ

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจำเป็นต้องมีแหล่งจ่ายน้ำที่มีแรงดันเพียงพอเพื่อให้สามารถดึงน้ำเข้าเครื่องและสร้างแรงดันได้ หากแหล่งน้ำมีปริมาณไม่เพียงพอ หรือแรงดันน้ำจากก๊อกน้ำต่ำเกินไป อาจทำให้เครื่องไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และส่งผลให้แรงดันตกหรือไม่มีน้ำออกเลย

2. หัวฉีดอุดตันจากคราบตะกรันหรือสิ่งสกปรก

หัวฉีดเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมทิศทางและแรงดันของน้ำ หากมีสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่น ทราย หรือคราบตะกรันสะสมอยู่ภายในหัวฉีด อาจทำให้รูฉีดอุดตัน ส่งผลให้แรงดันลดลง หรือในบางกรณีอาจทำให้น้ำไม่ออกเลย ปัญหานี้มักพบในเครื่องที่ใช้งานบ่อยโดยไม่ได้ทำความสะอาดหัวฉีดอย่างสม่ำเสมอ

3. ปั๊มมีปัญหาหรือซีลรั่ว

ปั๊มทำหน้าที่สร้างแรงดันน้ำเพื่อให้เครื่องฉีดน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากปั๊มมีปัญหา เช่น การเสื่อมสภาพของซีล หรือวาล์วภายในปั๊มทำงานผิดปกติ อาจทำให้เกิดการรั่วของแรงดัน ส่งผลให้แรงดันน้ำตกลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ หากมีอากาศเข้าไปในระบบ อาจทำให้ปั๊มทำงานผิดปกติ และน้ำไหลไม่สม่ำเสมอ

4. สายยางรั่วหรือบิดงอ

สายยางที่เชื่อมต่อกับเครื่องฉีดน้ำมีบทบาทสำคัญในการลำเลียงน้ำจากแหล่งจ่ายน้ำไปยังเครื่องและส่งต่อไปยังหัวฉีด หากสายยางมีรอยรั่ว หรือเกิดการบิดงอที่รัดแน่นเกินไป อาจทำให้ปริมาณน้ำที่เข้าสู่เครื่องลดลง ส่งผลให้แรงดันตก หรือในบางกรณีอาจทำให้น้ำไม่ออกเลย


แนวทางแก้ไขปัญหา

ตรวจสอบว่าแหล่งน้ำมีแรงดันเพียงพอ

  • ก่อนเริ่มใช้งานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ควรตรวจสอบว่าแหล่งน้ำมีแรงดันที่เหมาะสมหรือไม่ โดยปกติแล้วควรมีแรงดันน้ำขั้นต่ำที่ 20-30 PSI เพื่อให้เครื่องสามารถดึงน้ำเข้าไปได้อย่างเพียงพอ
  • หากแรงดันน้ำต่ำ อาจแก้ไขได้โดยการเปลี่ยนไปใช้แหล่งน้ำที่มีแรงดันสูงขึ้น หรือเพิ่มปั๊มช่วยดูดน้ำ

ล้างทำความสะอาดหัวฉีด

  • หากพบว่าแรงดันน้ำลดลง ควรถอดหัวฉีดออกมาตรวจสอบและล้างทำความสะอาด
  • สามารถใช้เข็มหรือสายลวดเล็ก ๆ ทะลวงสิ่งสกปรกที่อุดตันออก และแช่หัวฉีดในน้ำส้มสายชูหรือน้ำยาขจัดคราบตะกรันเพื่อละลายคราบหินปูน
  • ทำความสะอาดหัวฉีดเป็นประจำหลังการใช้งาน เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรก

เช็กซีลและปั๊ม หากเสียหายควรเปลี่ยน

  • ตรวจสอบว่ามีจุดรั่วบริเวณปั๊ม หรือมีคราบน้ำซึมออกมาหรือไม่
  • หากพบว่าซีลเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนซีลใหม่ เพื่อป้องกันแรงดันน้ำรั่วไหล
  • กรณีปั๊มทำงานผิดปกติ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหรือซ่อมแซม

ตรวจสอบสายยางและแก้ไขหากพบรอยรั่ว

  • เช็กว่าสายยางไม่มีรอยแตกร้าว หรือบิดงอที่เป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ
  • หากพบว่ามีรอยรั่ว สามารถใช้เทปพันเกลียวหรือกาวซิลิโคนอุดรอยรั่วได้ในกรณีที่รอยรั่วไม่ใหญ่มาก
  • หากสายยางชำรุดหนัก ควรเปลี่ยนสายยางใหม่เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เครื่องร้อนเกินไปหรือดับเอง

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานภายใต้แรงดันสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดความร้อนสะสม โดยเฉพาะเมื่อใช้งานหนักหรือเป็นเวลานาน หากเครื่องร้อนเกินไป อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และในบางกรณี เครื่องอาจตัดการทำงานอัตโนมัติหรือดับไปเองเพื่อป้องกันความเสียหาย ปัญหานี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานต่อเนื่อง ระบบระบายความร้อนที่ผิดปกติ หรือมอเตอร์ที่ทำงานหนักเกินไป

สาเหตุที่ทำให้เครื่องร้อนเกินไปหรือดับเอง

1. ใช้งานต่อเนื่องนานเกินไป

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานเป็นช่วง ๆ หรือมีรอบเวลาพักระหว่างการใช้งาน หากใช้เครื่องเป็นเวลานานโดยไม่หยุดพัก อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมในมอเตอร์และปั๊ม ส่งผลให้เครื่องร้อนเกินไปและอาจตัดการทำงานอัตโนมัติ

2. มอเตอร์โอเวอร์โหลด

มอเตอร์ที่ทำงานหนักเกินไปอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • แรงดันน้ำสูงเกินไปจนมอเตอร์ต้องทำงานหนัก
  • แหล่งจ่ายไฟไม่เสถียร ทำให้มอเตอร์ต้องใช้พลังงานมากขึ้น
  • อุปกรณ์ภายในเสื่อมสภาพ ทำให้มอเตอร์ต้องใช้แรงมากขึ้นในการปั๊มน้ำ

หากมอเตอร์มีความร้อนสูงเกินไป อาจมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเพื่อป้องกันความเสียหาย และทำให้เครื่องดับไปเอง

3. ระบบระบายความร้อนมีปัญหา

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงบางรุ่นมีระบบระบายความร้อน เช่น พัดลมระบายอากาศ หรือช่องระบายอากาศที่ช่วยลดความร้อนในมอเตอร์ หากช่องระบายอากาศอุดตันจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรก หรือพัดลมระบายความร้อนไม่ทำงาน อาจทำให้ความร้อนสะสมมากกว่าปกติ และส่งผลให้เครื่องทำงานผิดปกติหรือดับไปเอง


แนวทางแก้ไขปัญหา

พักเครื่องเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการใช้งานหนักเกินไป

  • ควรใช้เครื่องฉีดน้ำเป็นช่วง ๆ โดยพักเครื่องทุก 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
  • หากใช้งานเป็นเวลานาน ควรหยุดพักให้มอเตอร์เย็นลงก่อนใช้งานต่อ

เช็กพัดลมระบายความร้อนหรือช่องระบายอากาศ

  • ตรวจสอบว่าช่องระบายอากาศไม่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอุดตัน
  • หากเครื่องมีพัดลมระบายความร้อน ควรตรวจสอบว่าพัดลมทำงานปกติหรือไม่
  • ทำความสะอาดช่องระบายอากาศเป็นประจำเพื่อป้องกันการอุดตัน

ตรวจสอบว่ามอเตอร์ทำงานปกติ

  • หากเครื่องดับเอง ควรปล่อยให้เครื่องเย็นลงก่อนแล้วจึงเปิดใช้งานใหม่
  • หากพบว่ามอเตอร์ทำงานผิดปกติ เช่น มีเสียงดังผิดปกติ หรือมีกลิ่นไหม้ อาจเป็นสัญญาณว่ามอเตอร์โอเวอร์โหลด และควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
  • ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟว่ามีกำลังไฟเพียงพอและเสถียร เพื่อให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างราบรื่น

เครื่องไม่ทำงาน หรือสตาร์ทไม่ติด

เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่ไม่สามารถเปิดติดหรือทำงานไม่ได้เป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งในรุ่นที่ใช้ไฟฟ้าและรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ ปัญหานี้อาจเกิดจากระบบจ่ายพลังงาน เช่น ไม่มีไฟเข้า ฟิวส์ขาด หรือเชื้อเพลิงหมด รวมถึงปัญหาภายในตัวเครื่อง เช่น สวิตช์เปิดปิดเสีย หรือคาปาซิเตอร์ของมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานผิดปกติ

สาเหตุที่ทำให้เครื่องไม่ทำงาน หรือสตาร์ทไม่ติด

1. ไม่มีไฟเข้า (ในรุ่นไฟฟ้า) หรือเชื้อเพลิงหมด (ในรุ่นเครื่องยนต์)

  • สำหรับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่ใช้ไฟฟ้า หากไม่มีไฟเข้า อาจเกิดจากปลั๊กไฟไม่ได้เสียบแน่น สายไฟขาด หรือแหล่งจ่ายไฟมีปัญหา
  • สำหรับเครื่องที่ใช้เครื่องยนต์ หากน้ำมันเชื้อเพลิงหมด หรือระบบจ่ายน้ำมันมีปัญหา เช่น กรองน้ำมันอุดตัน หรือหัวเทียนสกปรก อาจทำให้เครื่องสตาร์ทไม่ติด

2. สวิตช์เปิดปิดเสีย

  • สวิตช์เปิดปิดเป็นตัวควบคุมการจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ หากสวิตช์ชำรุด หรือสายไฟภายในหลุด อาจทำให้เครื่องไม่สามารถเปิดติดได้
  • ปัญหานี้พบได้บ่อยในเครื่องที่ใช้งานเป็นเวลานาน หรือในกรณีที่สวิตช์โดนน้ำและเกิดความเสียหาย

3. ฟิวส์ขาด

  • ฟิวส์มีหน้าที่ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน หากมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ระบบมากเกินไป ฟิวส์จะขาดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อมอเตอร์และวงจรไฟฟ้า
  • หากฟิวส์ขาด เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ และจำเป็นต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ที่มีขนาดตรงกับที่กำหนด

4. คาปาซิเตอร์เสีย (ในมอเตอร์ไฟฟ้า)

  • คาปาซิเตอร์ (Capacitor) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถสตาร์ทได้ หากคาปาซิเตอร์เสีย มอเตอร์อาจไม่สามารถเริ่มทำงานได้ หรือมีเสียงฮัมแต่ไม่หมุน
  • ปัญหานี้มักเกิดกับเครื่องที่ใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะในมอเตอร์แบบเหนี่ยวนำที่ต้องการแรงดันไฟฟ้าสูงในการเริ่มต้นหมุน

แนวทางแก้ไขปัญหา

ตรวจสอบปลั๊กไฟและสายไฟ

  • ตรวจดูว่าเสียบปลั๊กไฟแน่นดีหรือไม่ และลองเปลี่ยนเต้ารับไฟฟ้าเพื่อทดสอบ
  • ตรวจสอบสายไฟว่ามีรอยขาดหรือชำรุดหรือไม่ หากพบว่ามีสายไฟขาด ควรเปลี่ยนสายไฟใหม่
  • กรณีใช้เครื่องยนต์ ให้ตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และเช็กว่าระบบจ่ายน้ำมันทำงานปกติ

เช็กฟิวส์และเปลี่ยนหากขาด

  • หากเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ทำงาน ลองตรวจสอบฟิวส์ในวงจรของเครื่อง หากฟิวส์ขาด ให้เปลี่ยนฟิวส์ใหม่ที่มีขนาดเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ฟิวส์ที่มีแอมป์สูงเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า

เปลี่ยนคาปาซิเตอร์หากเสีย

  • หากเครื่องมีเสียงฮัมแต่ไม่หมุน อาจเป็นไปได้ว่าคาปาซิเตอร์เสีย
  • ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ และเปลี่ยนคาปาซิเตอร์ที่มีค่าสเปกตรงกับของเดิม

น้ำรั่วจากตัวเครื่อง

น้ำรั่วจากตัวเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นปัญหาที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และอาจทำให้แรงดันน้ำลดลง หากปล่อยไว้อาจทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องเสียหายมากขึ้น และนำไปสู่การซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูง ปัญหานี้มักเกิดจากความเสื่อมของชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ซีล โอริง หรือปั๊ม รวมถึงการติดตั้งข้อต่อที่ไม่แน่นพอ

สาเหตุที่ทำให้น้ำรั่วจากตัวเครื่อง

1. ซีลหรือโอริงเสื่อม

  • ซีลและโอริงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันการรั่วไหลของน้ำจากภายในเครื่อง หากใช้งานเป็นเวลานาน ซีลอาจเสื่อมสภาพ แข็งกรอบ หรือฉีกขาด ทำให้น้ำสามารถไหลออกจากตัวเครื่องได้
  • สาเหตุของการเสื่อมสภาพอาจเกิดจากการใช้งานหนัก การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน หรือการสัมผัสกับสารเคมีที่ทำให้วัสดุเสื่อมเร็วขึ้น

2. ข้อต่อสายหลวม

  • ข้อต่อของสายยางแรงดันสูง รวมถึงจุดเชื่อมต่อต่างๆ หากขันไม่แน่น หรือเกิดการคลายตัวจากแรงดันน้ำ อาจทำให้เกิดการรั่วไหลได้
  • ปัญหานี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีการถอดประกอบบ่อยครั้ง หรือเมื่อแรงดันน้ำสูงมากจนทำให้ข้อต่อเกิดการคลายตัวเอง

3. ปั๊มมีรอยร้าว

  • หากปั๊มน้ำมีรอยร้าว น้ำอาจรั่วออกจากตัวปั๊มได้ ซึ่งอาจเกิดจากแรงดันน้ำสูงเกินไป การตกกระแทก หรือความเสื่อมสภาพของวัสดุที่ใช้ทำปั๊ม
  • ในบางกรณี ปั๊มที่มีรอยรั่วอาจทำให้แรงดันน้ำตกลง และอาจส่งผลให้เครื่องทำงานผิดปกติ

แนวทางแก้ไขปัญหา

เปลี่ยนซีลหรือโอริงใหม่

  • หากพบว่าน้ำรั่วจากข้อต่อหรือจุดเชื่อมต่อภายในเครื่อง ให้ถอดซีลหรือโอริงออกมาตรวจสอบ
  • หากพบว่ามีการแตกร้าวหรือแข็งตัว ควรเปลี่ยนใหม่ โดยเลือกใช้ซีลที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับรุ่นของเครื่อง

ขันข้อต่อให้แน่น

  • ตรวจสอบข้อต่อของสายยางและปั๊มว่าแน่นดีหรือไม่ หากพบว่ามีการหลวม ให้ขันให้แน่นขึ้น
  • หากข้อต่อเสียหายหรือสึกหรอ ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อป้องกันการรั่วไหลในอนาคต

ซ่อมหรือเปลี่ยนปั๊มหากมีรอยรั่ว

  • หากน้ำรั่วจากปั๊ม ให้ตรวจสอบว่ารอยร้าวสามารถซ่อมแซมได้หรือไม่ บางกรณีสามารถใช้กาวกันน้ำแรงดันสูงซ่อมรอยร้าวได้
  • หากรอยร้าวใหญ่ หรือปั๊มเสียหายมาก ควรเปลี่ยนปั๊มใหม่เพื่อให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

วิธีการเก็บรักษาเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเมื่อไม่ใช้งาน

การดูแลรักษาเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงให้พร้อมใช้งานเสมอไม่ใช่แค่การทำความสะอาดและซ่อมบำรุงเท่านั้น แต่การเก็บรักษาอย่างถูกต้องก็มีความสำคัญเช่นกัน หากเก็บอย่างไม่ถูกวิธี อาจทำให้เครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เกิดสนิม การอุดตัน หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์ภายใน ดังนั้น ควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง

1. ระบายน้ำออกจากระบบ ป้องกันการเกิดสนิมและตะกรัน

  • หลังจากใช้งานเสร็จ ควรปล่อยให้น้ำที่ค้างอยู่ในระบบปั๊มและสายยางออกให้หมด
  • น้ำที่ค้างอยู่ในเครื่องอาจทำให้เกิดตะกรัน หรือหากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้เกิดสนิมภายในปั๊มและท่อส่งน้ำ
  • ในกรณีที่ใช้น้ำผสมสารเคมีหรือน้ำยาทำความสะอาด ควรล้างระบบด้วยน้ำสะอาดก่อนเก็บเครื่อง

วิธีระบายน้ำออกจากเครื่อง

  1. ปิดแหล่งจ่ายน้ำ แล้วเปิดเครื่องและกดไกปืนฉีดน้ำจนกว่าน้ำที่ค้างอยู่ในระบบจะหมด
  2. ปิดเครื่องและกดไกปืนฉีดน้ำอีกครั้งเพื่อลดแรงดันที่เหลือในระบบ

2. ถอดสายยางและหัวฉีด เพื่อป้องกันการอุดตัน

  • ควรถอดสายยาง หัวฉีด และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ออกจากตัวเครื่องหลังใช้งาน
  • ล้างทำความสะอาดหัวฉีดเพื่อกำจัดคราบสกปรก ตะกรัน หรือเศษฝุ่นที่อาจทำให้เกิดการอุดตันในครั้งต่อไป
  • ม้วนสายยางให้เป็นระเบียบและเก็บไว้ในที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการบิดงอและแตกหัก

วิธีดูแลหัวฉีดและสายยาง

  1. ใช้เข็มหรือแปรงขนาดเล็กทำความสะอาดรูหัวฉีด
  2. ล้างสายยางด้วยน้ำสะอาด แล้วปล่อยให้แห้งก่อนจัดเก็บ
  3. เก็บสายยางในที่ร่มเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพจากแสงแดด

3. เก็บในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น

  • ไม่ควรเก็บเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงไว้กลางแจ้ง หรือในที่ที่โดนแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะความร้อนอาจทำให้พลาสติกและซีลยางเสื่อมเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เพราะอาจทำให้เกิดสนิมและเชื้อรา
  • หากต้องเก็บในโรงรถหรือห้องเก็บของ ควรเลือกจุดที่มีอากาศถ่ายเทดี ไม่อับชื้น

คำแนะนำในการจัดเก็บ

  • หากเป็นไปได้ ควรคลุมเครื่องด้วยผ้าหรือพลาสติกกันฝุ่นเพื่อป้องกันฝุ่นละออง
  • หากไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน ควรเปิดเครื่องเช็กสภาพเป็นระยะ เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ภายใน

4. ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง (สำหรับรุ่นเครื่องยนต์) เพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย

  • สำหรับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่ใช้เครื่องยนต์ ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องก่อนเก็บทุกครั้ง
  • น้ำมันเครื่องที่เก่าอาจทำให้เกิดคราบสกปรกและส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์เมื่อใช้งานครั้งถัดไป
  • หากเครื่องไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ก่อนนำมาใช้งานอีกครั้ง

วิธีดูแลเครื่องยนต์ก่อนเก็บ

  1. ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและเติมให้เหมาะสม
  2. ตรวจสอบไส้กรองอากาศและทำความสะอาดหากมีฝุ่นสะสม
  3. หากต้องเก็บเป็นเวลานาน ควรถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากถังเพื่อป้องกันการตกตะกอน

หากคุณอ่านบทความนี้แล้วมีความสนใจที่จะสั่งซื้อเครื่องขัดพื้น เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง คุณภาพ ติดต่อเราได้ที่ BermudaBKK

ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

เครื่องดูดฝุ่น ดูดน้ำ อุตสาหกรรมซื้อที่ไหนดี

Similar Posts